
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วอาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในระบบไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งหากดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก หัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาเบื้องต้นสามารถลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ ปัจจุบันมีทั้งแนวทางดูแลตัวเองเบื้องต้น และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยวินิจฉัยและรักษาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่มีศูนย์โรคหัวใจและโรงพยาบาลเฉพาะทางรองรับอย่างครบวงจร
หัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาเบื้องต้นคืออะไร และอันตรายแค่ไหน
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ คือ ภาวะที่หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า Arrhythmia เกิดจากความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ใจสั่น หน้ามืด วิงเวียน เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หรือบางรายอาจหมดสติ หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ ดังนั้นการเข้าใจเรื่องหัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาเบื้องต้นอย่างถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของอาการ และเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สาเหตุที่ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ
อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น
- ความเครียดสะสมและพักผ่อนไม่เพียงพอ
- การดื่มคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์มากเกินไป
- โรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
- ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ
- ภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
ในบางกรณีอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน จึงควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาเบื้องต้นที่ควรทำทันที เมื่อมีอาการใจสั่นหรือสงสัยว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรตั้งสติและปฏิบัติดังนี้
- หยุดกิจกรรมทันที และนั่งพักในที่อากาศถ่ายเท
- หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ เพื่อช่วยให้ระบบประสาทอัตโนมัติกลับมาสมดุล
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์
- หากมีอาการแน่นหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
แนวทางหัวใจเต้นผิดจังหวะ รักษาเบื้องต้นนี้เป็นเพียงการดูแลระยะสั้น หากอาการเกิดซ้ำบ่อย หรือรุนแรง ควรเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือการตรวจเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์ ปัจจุบันการรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะมีความก้าวหน้าอย่างมาก ตั้งแต่การใช้ยาเพื่อควบคุมจังหวะหัวใจ การจี้ไฟฟ้าหัวใจ (Catheter Ablation) ไปจนถึงการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรง การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค ซึ่งแพทย์โรคหัวใจจะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียด